
กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ณ สวนสุภัทราแลนด์ ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยมุ่งเน้นการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดการเผา การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อลดต้นทุนและสารเคมีตกค้าง การบริหารจัดการน้ำอย่างรู้คุณค่าเพื่อรับมือภัยแล้ง ตลอดจนการยกระดับเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่



นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคการเกษตรต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระบาดของศัตรูพืชและโรคพืช รวมถึงความผันผวนของตลาดและมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการผลิตและรายได้ของเกษตรกร ดังนั้น การเสริมสร้างองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ จึงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรไทยให้สามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันและยั่งยืน
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการจัดงาน Field Day อย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ แนวทางการลดต้นทุน ช่องทางการตลาด และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเกษตรกร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ที่เหมาะสม



สำหรับงาน Field Day ปีนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและมังคุดจาก 7 จังหวัด ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก และปราจีนบุรี โดยกิจกรรมหลักจัดขึ้นในรูปแบบสถานีเรียนรู้ 5 สถานี ประกอบด้วย
1) Mobile Solar Hub : พลังแสงอาทิตย์และเกษตรแม่นยำ 4.0,
2) Climate Smart Technology,
3) สยบโรค ปราบแมลง : 4 เคล็ดลับชีวภาพพิทักษ์ไม้ผล (ทุเรียน-มังคุด),
4) มังคุดยุคใหม่ : แม่นยำทุกหยด ปลอดภัยทุกผลผลตอบแทนคุ้มค่า และ
5) 4B SMART WASTE SMART FARM
นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการงานวิจัยและเทคโนโลยีจากหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงบริษัทเอกชน จำนวน 22 นิทรรศการ พร้อมกิจกรรมเสริมการจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน 15 กลุ่ม เช่น ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร ผักปลอดภัย ผลไม้ และเครื่องจักรสาน
นางอัญชลี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมงาน Field Day จะเกิดการปรับเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) จากการมุ่งเน้นเพียงการปลูก มาสู่การวางแผนและบริหารจัดการเชิงธุรกิจ มีการรวมกลุ่มเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง และใช้ฐานข้อมูลสารสนเทศในการตัดสินใจผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งจะช่วยยกระดับภาคการเกษตรไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป






Skip to content
