
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ทั้ง 9 แห่ง ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการพัฒนางานวิชาการ การวิจัย และการส่งเสริมการเกษตร เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การพัฒนาภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพมหานคร


นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคการเกษตรต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในตลาดโลกที่ทวีความเข้มข้น รวมถึงความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะหน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมการเกษตร จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับกระบวนการทำงานและเพิ่มขีดความสามารถของระบบส่งเสริมการเกษตร โดยนำองค์ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและตอบโจทย์การพัฒนาภาคการเกษตรในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายผลผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ไปสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกการส่งเสริมการเกษตร โดยสนับสนุนการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พร้อมใช้งานจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลไปถ่ายทอดสู่เกษตรกร และร่วมแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้ตรงตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
.
สำหรับเครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ได้แก่ มทร.กรุงเทพ มทร.ตะวันออก มทร.ธัญบุรี มทร.พระนคร มทร.รัตนโกสินทร์ มทร.ล้านนา มทร.ศรีวิชัย มทร.สุวรรณภูมิ และ มทร.อีสาน พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยจะร่วมกันพัฒนาระบบฐานข้อมูลเทคโนโลยีและการจัดการองค์ความรู้ เพื่อเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ร่วมกับฐานข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
.
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเกษตรกร ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทรัพยากรด้านการวิจัย บุคลากร นักศึกษา นักวิจัย นักวิชาการ วัสดุอุปกรณ์ และข้อมูลด้านการเกษตร เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่อย่างตรงจุด ตลอดจนส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างภาครัฐและสถาบันการศึกษา
.
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยยกระดับองค์ความรู้และทักษะของบุคลากรและเกษตรกรให้เท่าทันเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงฐานข้อมูลเทคโนโลยีที่ผ่านการคัดกรองและพร้อมใช้งานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง ในส่วนของสถาบันการศึกษา ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นโอกาสในการรับรู้ปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของชุมชนและพื้นที่ เพื่อนำไปต่อยอดเป็นโจทย์วิจัยใหม่ที่ตอบสนองต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ และสามารถร่วมกันขอรับการสนับสนุนทุนวิจัยในระดับชาติได้ในอนาคต ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความเข้าใจดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินงานร่วมกัน 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2572






Skip to content
