Black Ribbon Top Right

กรมส่งเสริมการเกษตรคว้า 6 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 “ตอกย้ำพลังความร่วมมือ ยกระดับบริการภาครัฐ สร้างผลลัพธ์จริงเพื่อเกษตรกรและประชาชน”

กรมส่งเสริมการเกษตรคว้า 6 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2569 สะท้อนความสำเร็จจากการขับเคลื่อนงานที่ยึดเกษตรกรและประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเปิดพื้นที่ให้เกษตรกร ชุมชน และภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ไปจนถึงการลงมือปฏิบัติ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อให้บุคลากรและระบบงานมีความพร้อมในการสนับสนุนภารกิจและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า การได้รับรางวัลเลิศรัฐในปีนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของบุคลากรกรมส่งเสริมการเกษตรทุกระดับ และเป็นเครื่องสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมฯ ในการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือของบุคลากร เกษตรกร ชุมชน และภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่

สำหรับ 6 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2569 ของกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นผลงานที่สะท้อนความสำเร็จจากการทำงานร่วมกับเกษตรกรและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยได้รับรางวัลดังนี้ รางวัลสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดีเด่น จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “มังคุดหวานลำเลียง สู่เกษตรมูลค่าสูงและการแก้จนอย่างยั่งยืน” ของสำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง ซึ่งสะท้อนการรวมพลังของเกษตรกรและภาคีเครือข่ายในการยกระดับการผลิตและการตลาดมังคุด สร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร พร้อมกันนี้ยังได้รับรางวัลหุ้นส่วนความร่วมมืออีก 1 รางวัล เพื่อยกย่อง นายสุริยา ศิริวงษ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมังคุดหวานเพื่อการส่งออกลำเลียง จังหวัดระนอง จนประสบความสำเร็จ

 รางวัลสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดี จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “ปลูกมะม่วง ปลูกอนาคต : มะม่วงเพชรบูรณ์ก้าวสู่เวทีโลก” ของสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มุ่งยกระดับศักยภาพการผลิตและการตลาดของเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างโอกาสในการพัฒนาสินค้าเกษตรให้สามารถแข่งขันและก้าวสู่ตลาดโลก และผลงาน “พิมูลโมเดล สู่พลังเครือข่าย PGS จังหวัดอุบลฯ ยกระดับเกษตรกรสู่คู่ห้าห้าง Modern Trade ด้วยกลไกการมีส่วนร่วม” ของสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ยกระดับสินค้าเกษตรและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกร

นอกจากผลงานด้านการมีส่วนร่วมแล้ว กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้รับรางวัลในสาขาบริการภาครัฐ ประเภทขับเคลื่อนเห็นผล ระดับดี จำนวน 1 รางวัล จากผลงาน “ตลาดเกษตรกรขับเคลื่อนเห็นผล ลดความยากจน จังหวัดราชบุรี” ของสำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรี ซึ่งมุ่งใช้กลไกด้านการตลาดเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสและรายได้ให้กับเกษตรกร เชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภค และนำไปสู่การลดความยากจนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ความสำเร็จของกรมส่งเสริมการเกษตรไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากการทำงานในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กร โดยได้รับรางวัลสาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ประเภทรายหมวด หมวด 5 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล อีก 1 รางวัล สะท้อนการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและระบบบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ ความสามารถ และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนงานขององค์กรให้เกิดผลสัมฤทธิ์

นางอัญชลี กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จจากทั้ง 6 รางวัล สะท้อนให้เห็นถึง “พลังของบุคลากรกรมส่งเสริมการเกษตร และพลังของการบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย” ที่ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
โดยมีเกษตรกรและประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตั้งแต่การร่วมคิด ร่วมออกแบบ และหาแนวทางแก้ไขปัญหา ไปจนถึง
การลงมือทำและติดตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง “สิ่งสำคัญกว่ารางวัล คือบทเรียนและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง กรมส่งเสริมการเกษตรจะนำองค์ความรู้ นวัตกรรม และรูปแบบความสำเร็จจากผลงานเหล่านี้ไปต่อยอดและขยายผล เพื่อพัฒนาระบบการทำงานให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรและประชาชนได้ดียิ่งขึ้น และทำให้ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่หนึ่งสามารถส่งต่อเป็นโอกาสให้กับเกษตรกรในพื้นที่อื่นได้ต่อไป” นางอัญชลีกล่าว

จาก 6 รางวัลเลิศรัฐ สู่ภารกิจที่ยังเดินหน้าต่อ กรมส่งเสริมการเกษตรจะมุ่งยกระดับคุณภาพบริการภาครัฐ สร้างการมีส่วนร่วม และมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมกับเกษตรกรและประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อให้การทำงานของกรมฯ ไม่หยุดอยู่เพียงความสำเร็จของรางวัล แต่สามารถต่อยอดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง สร้างมูลค่าเพิ่ม เปิดโอกาสทางการตลาด และเสริมความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน