
นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่ให้พัฒนาอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดย “ล้อมรักฟาร์ม” ของ นางสาวฌาธร ธนกิจภิรมย์ เกษตรกรรุ่นใหม่ในโครงการ Young Smart Farmer (YSF) จังหวัดพะเยา ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาฟาร์มผักสลัดอินทรีย์ที่สามารถยกระดับผลผลิตสู่ตลาดพรีเมียม พร้อมสร้างเครือข่ายเกษตรกรและรายได้ให้กับชุมชน



นางสาวฌาธร ธนกิจภิรมย์ เจ้าของ ล้อมรักฟาร์ม เปิดเผยว่า เริ่มต้นทำเกษตรจากความตั้งใจปลูกผักเพื่อบริโภคในครอบครัว หลังจากคุณแม่เคยป่วยด้วยโรคมะเร็ง ทำให้ครอบครัวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านอาหาร จึงทดลองปลูกผักสลัดแบบออร์แกนิกเพื่อบริโภคเอง เมื่อผลผลิตมีมากขึ้นจึงแบ่งปันให้ญาติและเพื่อนฝูง ก่อนจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีและเกิดความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำและหันมาทำเกษตรอย่างจริงจัง พร้อมสมัครเข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer เพื่อพัฒนาความรู้และสร้างเครือข่ายเกษตรกร



ล้อมรักฟาร์มเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2560 บนพื้นที่ 4 ไร่ โดยปลูกผักสลัดออร์แกนิกในรูปแบบแปลงยกแคร่ ประกอบด้วยผักหลายชนิด เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก บัตเตอร์เฮด เคล มะเขือเทศเชอร์รี และร็อกเกต ต่อมาในปี พ.ศ. 2565 ได้ขยายพื้นที่ปลูกลงสู่พื้นที่นาในรูปแบบยกแปลงจำนวน 17 ไร่ และได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ก่อนจะพัฒนาการผลิตสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยในปี พ.ศ. 2568 ได้รับการรับรองการผลิตพืชอินทรีย์จากสถาบันรับรองระบบการผลิตผลิตภัณฑ์การเกษตร (ICAPS) จำนวน 8 ชนิด บนพื้นที่ 4 ไร่
ปัจจุบันฟาร์มมีกำลังการผลิตผักออร์แกนิกประมาณ 500–600 กิโลกรัมต่อรอบการเก็บเกี่ยว และสามารถผลิตรวมได้ประมาณ 2.5 ตันต่อสัปดาห์ มีพนักงานประจำและพนักงานคัดแยกผักรวม 11 คน พร้อมโรงคัดบรรจุที่ได้มาตรฐาน และระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ (ห้องเย็น) เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิต โดยผักของล้อมรักฟาร์มจำหน่ายให้กับร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำในกรุงเทพมหานคร เช่น ร้าน Matti’s : Organic.Farm.Food ร้าน Salad Factory รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ตในจังหวัดพะเยา และจำหน่ายผ่านช่องทางหน้าฟาร์มและออนไลน์ นอกจากการพัฒนาฟาร์มของตนเองแล้ว ล้อมรักฟาร์มยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการตลาดและการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเครือข่ายเกษตรกรในจังหวัดพะเยาและเชียงราย รวมประมาณ 15 ครัวเรือน ทั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรรายย่อย โดยให้คำปรึกษาด้านการผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การคัดเกรดคุณภาพ และการจัดการโลจิสติกส์ขนส่งควบคุมอุณหภูมิในรูปแบบ Agri Service Provider เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรในพื้นที่



นางสาวฌาธร กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของล้อมรักฟาร์มคือ “ทำน้อยได้มาก” โดยเน้นคุณภาพในทุกขั้นตอนของการผลิต ทำให้สามารถยกระดับผักสลัดสู่มาตรฐานระดับพรีเมียมและกำหนดราคาผลผลิตได้เอง ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของฟาร์ม และเป็นแนวทางสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพเกษตรกรรมในระยะยาว
ปัจจุบัน ล้อมรักฟาร์มยังเปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจด้านการเกษตร พร้อมต่อยอดธุรกิจด้วยการเปิดร้านอาหาร “Matti’s” เพื่อนำผลผลิตจากฟาร์มมาใช้เป็นวัตถุดิบหลัก รวมทั้งช่วยรองรับผลผลิตส่วนเกินในช่วงฤดูหนาว และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร
ความสำเร็จของล้อมรักฟาร์มจึงสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สามารถพัฒนาการเกษตรสู่มาตรฐานคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต และเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนเพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

Skip to content
