Black Ribbon Top Right

เกษตรฯ ชูแปลงใหญ่มันสำปะหลังร้อยเอ็ด ต้นแบบเกษตรมูลค่าสูง เพิ่มรายได้เกษตรกรกว่า 80%

กรมส่งเสริมการเกษตรเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรมูลค่าสูง” มุ่งใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการแปรรูป ยกระดับผลผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร 3 เท่าภายในปี 2570 โดยเน้นพัฒนาแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน พืชและแมลงเศรษฐกิจ รวมถึงบริการสร้างสรรค์ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน 

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า หนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ คือ มันสำปะหลัง ซึ่งมีความต้องการสูงทั้งในและต่างประเทศ แต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอ นับเป็นโอกาสสำคัญของเกษตรกรไทยในการเพิ่มปริมาณและพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ตอบโจทย์ตลาด

จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นแหล่งปลูกมันสำปะหลังสำคัญของประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่และบริการมูลค่าสูง ณ แปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ 2 ตำบลคำพะอุง อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยวางรากฐานการผลิตครบวงจร ตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว จนถึงการตลาด ภายใต้แนวทาง 9+1 Climate Smart Cassava Technology ประกอบด้วย

1. การเตรียมดิน โดยวิเคราะห์ดินและปรับปรุงธาตุอาหารให้เหมาะสม ซึ่งพื้นที่แปลงมีอินทรียวัตถุต่ำ จึงปลูกถั่วเขียวไถกลบ ร่วมกับการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เพิ่มอินทรียวัตถุ

2. การคัดพันธุ์ดีโดยใช้พันธุ์สะอาด ทนทานต่อโรค และเหมาะสมกับพื้นที่ เช่น เกษตรศาสตร์ 50 และระยอง 72

3. การเตรียมท่อนพันธุ์ แช่ปุ๋ยชีวภาพ PGPR-3 ก่อนปลูก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของรากในการดูดซึมธาตุอาหาร

4. การปรับระยะปลูกให้เหมาะสม ช่วยให้ต้นมันสำปะหลังมีพื้นที่ในการขยายหัว ลดการแย่งอาหารและน้ำ ประหยัดท่อนพันธุ์ และสะดวกต่อการใช้เครื่องจักร

5. การกำจัดวัชพืชในช่วง 1–3 เดือนแรก ช่วยให้ต้นมันสำปะหลังได้รับธาตุอาหารอย่างเต็มที่ ลดการสะสมของโรค

6. การใส่ปุ๋ยอย่างแม่นยำตามค่าวิเคราะห์ดิน แบบถูกสูตร ถูกเวลา ถูกปริมาณ และถูกวิธี ด้วยการใส่ปุ๋ยพร้อมกลบทุกครั้ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย และส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตของหัวมันสำปะหลัง

7. การจัดการน้ำโดยใช้ระบบน้ำหยดควบคู่กับการติดตามสภาพภูมิอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อวางแผนการให้น้ำอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงอายุ 1–5 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงสำคัญต่อการเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง

8. การเก็บเกี่ยวในระยะเหมาะสม อายุ 8–12 เดือน และหลีกเลี่ยงช่วงฝนตกชุกเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

9. การเชื่อมโยงตลาด ทำข้อตกลง (MOU) เพื่อซื้อขายมันสำปะหลังกับโรงงานแป้งมันในพื้นที่  

และ +1 การบริหารจัดการเวลา และปลูกพืชเสริมเพื่อเพิ่มรายได้

จากการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้ในปี 2568 เกษตรกรแปลงใหญ่แห่งนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 6,690 บาท/ไร่ เป็น 12,000 บาท/ไร่ ผลผลิตเพิ่มจาก 3 ตัน เป็น 5 ตัน/ไร่ ต้นทุนการผลิตลดลงจาก 7,440 บาท เหลือ 7,350 บาท ราคาขายเพิ่มจาก 2.16 บาท เป็น 2.40 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้อัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้น 79.36% และมีอัตราผลตอบแทนต่อการลงทุน 63.27%

ความสำเร็จของแปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ 2 ตำบลคำพะอุง สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเพิ่มผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรสามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อมีการนำเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมมาใช้ครบทุกขั้นตอน กลุ่มนี้จึงเป็นต้นแบบของการพัฒนาเกษตรกรสู่การเป็น “Smart Cassava Farmer” และเป็นแนวทางสำคัญในการขยายผลการพัฒนาแปลงใหญ่มันสำปะหลังในจังหวัดร้อยเอ็ดและพื้นที่อื่นต่อไปอย่างยั่งยืน                 

                                                            *****************

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์: ข่าว

ที่มา : สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร